8059[cast/fic]

posted on 23 May 2008 22:32 by nrki-me

เสียงซ้อมหวดของไม้เบสบอลดังปะทะกับลมเป็นช่วงๆ เจ้าหนุ่มผมดำปาดเหงื่อที่ไหลอาบแก้ม แต่รอยยิ้มยังปรากฎไม่ขาดสาย
เข้าค่ายเบสบอลในฤดูร้อน
 
บรรยากาศดีแสนสดใสของยามเช้าที่ควรออกกำลังกายลดไขมันในตัว นกร้องจิ้บๆอย่างสดใส
"หนวกหูเฟ้ย!!!"
ตูมมม

เจ้าหนุ่มวางไม้เบสบอลลงบนเก้าอี้ล่างสุดของอัฒจันทร์ ก่อนจะเดินอ้อมรั้วกั้นสนาม เดินไปยังลานกว้างที่เป็นเหตุของเสียงอันดังนั่น
บุญมีแต่กรรมบังแต่ปางใด ฝูงนกน้อยที่ส่งเสียงอย่างร่าเริงเมื่อครู่รอดชีวิตครบถ้วนทุกตัว หากแต่คราบเขม่าเกาะทั่วอาณาบริเวณกับเปลวไฟจากแรงระเบิดเริ่มเผาที่อยู่อาศัยของนกน้อย
คงโทษใครไม่ได้...นอกจากเวรกรรมที่ผู้พิทักษ์วายุแห่งวองโกเล่มาอารมณ์เสียแถวนี้
"พวกแกเล่นส่งเสียงแบบนี้ แล้วจะฝึกสมาธิตามที่คุณรีบอร์นบอกได้ไงเล่า!"
โทษสิ่งรอบข้างไปเรื่อยเมื่อตนไม่สามารถทำตามข้อปฏิบัติชวนมึนของนักฆ่าอันดับหนึ่งได้

"อ้าว" ดวงตาสีน้ำตาลเบิดน้อยๆด้วยความแปลกใจ "โกคุเทระเองหรอ"
ว่าแล้วก็เดินฉับๆเข้าไปหาแบบไม่คิดอะไร "นายมาทำอะไรที่นี่น่ะ"

"อะ แก แกนั่นแหละมาทำอะไรที่นี่" ร่างบางเริ่มมองอย่างหาเรื่องเพราะอารมณ์หงุดหงิดเป็นทุนเดิม
...ถ้ามันมาฝึกอีกคน...คงไม่เป็นอันฝึกกันแน่

"นายก็มาฝึกเหมือนกันหรอ"ว่าพลางตบลงที่ไหล่ของอีกฝ่าย รอยยิ้มกว้างปรากฎบนใบหน้า
"ไม่มาฝึกด้วยกันหรอ ตอนนี้พวกของฉันกำลังพักกลางวันอยู่น่ะ"

"ใครจะไปบ้าฝึกแบบเด็กๆกับพวกแกกัน" บุหรี่แทบร่วงลงจากปากเมื่อได้ยินคำว่าฝึกเหมือนกัน
"แถมไม่รู้จักใคร จะไปทำซากอะไรฟะ"

ใบหน้ายิ้มแย้มเจื่อนลงเล็กน้อยๆ เมื่อได้ยินที่คนตรงหน้าพูด แต่เขาก็รู้ดีว่าทำไมโกคุเทระถึงพูดออกมาแบบนี้
"เฮ้ๆ ยังไม่ได้กินข้าวล่ะสิ หงุดหงิดจังเลยนะ" ยามาโมโตะว่าพลางหัวเราะ

"!!!" เสียงร้องไม่ทันหลุดออกจากลำคอ แต่ทว่าความตกใจมีมากกว่าจะใส่ใจ
...มันรู้ได้ไง!!!
นัยน์ตาสีเขียวเขม้นมองอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง ...หรือมันจะมีพลังจิต?

"นายทำหน้าแบบนี้ แปลว่าฉันพูดถูกล่ะสินะ"พูดเสร็จก็เอื้อมไปคว้าข้อมือที่กำระเบิดไว้เต็ม และหล่นกระจัดกระจายไปเต็มพื้น ...แต่ยามาโมโตะก็หัวเราะแก้ทีว่า ช่างมันเถอะ
"ฉันเองก็ยังไม่ได้กิน "เขาว่า"ไปกินเป็นเพื่อนฉันทีสิ"

"ใครจะไปกับแก ไม่หิวสักหน่อย!!!"
โครกกกก
ปากว่าอย่างนั้น แต่ร่างกายที่แสนซื่อสัตย์กลับบอกอีกอย่าง
สีแดงแล่นริ้วขึ้นทั่วใบหน้าเด็กหนุ่ม ...น่าอายที่สุด

"น่าๆ มาเถอะ"ด้วยความเป็นมิตรสุดฤทธิ์ของยามาโมโตะ เลยไม่รอที่จะฟังคำค้านดื้อดึงของเพื่อนร่วมชั้นอีกต่อไป
เขาเดินจูงมือโกคุเทระมาที่อัฒจันทร์อย่างง่ายดาย และร่าเริง

"ปล่อยสิฟะ! นึกจะพามาก็พามา แกนี่มันกวนประสาทจริงๆ" ร่างบางพยายามสะบัดมือออกสุดชีวิต แต่ดูท่าว่านักกีฬาอย่างอีกฝ่ายจะมีแรงดีสมร่างกาย
"แล้วเรื่องอะไรที่ฉันต้องมากินข้าวกับแกด้วย"

"ก็.....อยู่กับนายแล้วหนุกดีออก"รอยยิ้มกว้างปรากฎบนใบหน้าเกรียมแดดอยู่จางๆ"ฉันมาเข้าค่ายตั้งหลายวันละ ไม่ได้กินข้าวกับนาย.........แล้วก็สึนะตั้งนานน่ะ"
ประโยคเสริมต่อออกมาช้าๆแล้วเนิบนิ่ง และยื่นกล่องข้าวให้โกคุเทระเป็นการกลบเกลื่อน

ใบหน้าหงุดหงิดชะงักไปวูบหนึ่งเมื่อได้ยินชื่อของรุ่นที่สิบที่เคารพ....จะว่าไป เขาเองก็ไม่ได้พบรุ่นที่สิบหลายวันแล้วเหมือนกัน
ไหนๆก็ร่วมชะตาเดียวกัน โกคุเทระจึงรับข้าวกล่องจากอีกฝ่ายมาโดยดีแล้วเปิดอย่างไม่ใส่ใจ
แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นสภาพอาหารภายในกล่อง พร้อมเสียงร้องอุทาน
"เฮ้ย!!!"

".....อะไรหรอ" สีหน้าแจ่มใสวูบไปชั่วหนึ่ง ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้
"โกคุเทระ เป็นอะไร"

"อะ อะ ไอ้นี่ มันหมายความว่ายังไง หา!!!" คำตวาดลั่นพร้อมยื่นกล่องข้าวเจ้าปัญหาไปให้เจ้าของดู
"ข้าวบ้านแกเป็นทาโกยากิเรอะ! จะหาเรื่องกันรึไง"
...คำสะเทือนใจที่เคยถูกต่อว่าโดยเจ้าหัวสนามหญ้า...หัวปลาหมึก ยังคงฝังใจดวงน้อยๆของโกคุเทระ ฮายาโตะ อยู่เสมอ

"อ้าว" ดวงตาน้ำตาลแสดงความแปลกใจไม่น้อย แต่รอยยิ้มยังคงเอกลักษณ์ไว้ไม่ยอมหาย"เอ่อ ฉันไม่ได้ตั้งใจเลยนะ โกคุเทระ พอดีอันนี้เป็นข้าวกล่องของทางค่ายเขาน่ะ"
....ภายนอกแสนเอ๋อ แต่คำพูดที่ว่ามานั้นเป็นปดล้วนๆ
ทั้งสองกล่องน่ะของเขา เขาทำเอง...

ดูเหมือนว่าออร่าทะมึนบางอย่างที่แผ่ออกมาจากคนตรงหน้าจะไม่ชวนให้เจ้าของเรือนผมสีเงินไว้ใจแม้แต่น้อย แต่ใบหน้ายิ้มแย้มไร้พิษสงใดๆนั่นก็ชวนให้คิดไปว่า คงเป็นอย่างนั้นจริงๆ
"เฮอะ ช่างมันก็แล้วกัน" มือบางควานหาไม้จิ้มในกล่อง แต่หาไปหามาชักจะหาไม่เจอ น้ำซอสเหนียวๆก็เริ่มเปื้อนมือมากขึ้นทุกที
"อยู่ไหนฟะ" เขาว่าอย่างหงุดหงิด

"เฮ้ๆ ใจเย็นน่า" ยามาโมโตะคว้าข้อมือนั่นไว้อีกครั้ง เพราะเขารู้ว่าไม่ได้ใส่ไอ้ไม้จิ้มอะไรนั่นไปหรอก
รอยยิ้มที่มุมปากกับความคิดที่ว่า....ยังกับเด็ก
"ใช้ของฉันก่อนก็ได้นะ ฉันรอได้" ว่าพลางส่งตะเกียบให้โกคุเทระ

"เรื่องอะไรที่ฉันจะต้องใช้ของของแกเล่า!" ร่างบางปัดมืออีกฝ่ายทิ้งเบาๆ "ของแค่นี้จะไปยุ่งยากอะไรนักหนา ใช้มือก็พอแล้ว"
ปากว่าไปพลางหยิบก้อนทรงกลมตั้งท่าจะใส่ปาก...ร้อนเฟ้ย

"ก็บอกให้ใจเย็นๆไงเล่า"ยามาโมโตะอยากเปลี่ยนเสียงหัวเราะตัวเองเป็นเสียงถอนหายใจซะจริงๆ "เลอะหมดแล้ว"
น้ำเสียงปดตำหนิอยู่ลึกๆ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองขึ้นมาเช็ดที่มุมปากของคนตรงหน้าอย่างไม่คิดอะไร

ใบหน้านวลขึ้นสีในทันทีเมื่อปลายนิ้วอีกฝ่ายโดนมุมปากของตนเล็กน้อย แต่ก็รีบชักสีหน้าทำเป็นไม่พอใจกลบเกลื่อนความรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้า
"ไม่อยากให้คนอย่างแกมาว่าหรอกนะ" ว่าพลางทำเสียงขึ้นจมูกดังฮึอย่างแง่งอน...คล้ายกับเด็ก

"ฮ่าๆๆ โทษทีๆ" ปากพูดไปเรื่อย แต่สายตาเผลอจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของอีกฝ่าย เลื่อนตั้งแต่สีผิวที่ขาวผิดกันและหยุดอยู่ที่ริมฝีปาก....
อึก.....ดวงตาสีน้ำตาลรีบเสมองไปทางอื่นทันที

"อะไรน่ะ? มองแล้วเมินหน้าหนีไปแบบนี้ ตกลงว่าแกจะหาเรื่องกันจริงๆใช่ไหม" ดวงตาสีเขียวเขม้นมองอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิด เส้นประสาทชักเริ่มตึงเปรี๊ยะ
"คุยด้วยแล้วไม่สบตา หมายความว่าไงน่ะ"

"คิดว่า....นายคงไม่อยากให้มองนานๆน่ะ" คำพูดเอื้อนเอ่ยออกมาช้าๆ และเมื่ออีกฝ่ายพูดมาแบบนั้น ดวงตาสีน้ำตาลจึงตวัดกลับไปมอง...
"อย่าพึ่งโกรธกันนักสิ" ...ยามาโมโตะสบตาจนเหนเงาตัวเองลางๆอยู่ในแววตาสีอ่อนนั่น

แม้ปากจะพูดไปอย่างนั้น แต่เอาเข้าจริงๆ เมื่อใบหน้าคมสันนั่นหันกลับมาในระยะใกล้ขนาดนี้ ไหนจะสายตาแน่วแน่ที่สบประสาน...กลับทำให้เขากลายเป็นฝ่ายหลบตาเสียเอง
"เฮอะ เห็นแก่ข้าวกล่อง ไม่โกรธก็ได้"
ข้ออ้างที่สุดแสนฟังไม่ขึ้นสักนิด แต่ถึงกระนั้นโกคุเทระก็ไม่ได้เอ่ยอะไรไปมากกว่านี้

"งั้นหรอ" เสียงถอนใจเบาๆในความคิดของเจ้าหนุ่ม พลางล้มลงนั่งบนเก้าอี้อัฒจันทร์
"กินข้าวเถอะ หิวไม่ใช่หรอ" ...แต่ก็ไม่ลืมยัดตะเกียบคู่นั้นลงในมือของอีกฝ่าย

"แล้วแกจะกินยังไงล่ะ ตะเกียบมีคู่เดียวไม่ใช่เหรอ" คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างสงสัยเมื่อไม่เห็นอุปกรณ์รับประทานอาหารอย่างอื่น

"อ่า.....นั่นก็จริง" สีหน้าเหมือนพึ่งนึกได้ ในมือเปิดมาก็ยากิโซบะเต็มๆ ก่อนจะเกาหัวด้วยท่าทางประจำตัว "ก็คงต้องรอจนกว่านายจะกินเสร็จล่ะนะ"

"จะบ้ารึไง ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ" เผลอขึ้นเสียงดังตามนิสัย แล้วก็ลดระดับเสียงลงเมื่อรู้ตัว "รุ่นที่สิบเองก็คงไม่ยอมให้ทำแบบนี้หรอกน่า"

"ฮ่าๆๆๆ นายน่ะจะซีเรียสไปทำไมน่ะ โกคุเทระ" ยามาโมโตะดึงตัวคนเคร่งครัดลงมานั่งด้วยกัน
"ตอนนี้สึนะไม่ได้อยู่นะ" ....มีแค่ฉันกับนาย

"แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่ชอบติดค้างอะไรใคร แกเอาตะเกียบไปใช้ก่อนไป" มือบางยัดเยียดแท่งไม้กลับลงในมือของอีกฝ่าย
"ของแกน่ะ ถ้าไม่ใช้ตะเกียบคงกินไม่ได้หรอก ของฉันแค่มือก็พอแล้ว" โกคุเทระยัดเยียดตะเกียบลงในกล่องยากิโซบะอย่างไม่รีรอแล้วคว้าทาโกยากิใส่ปากอีกลูกทันที

"อ่า....ถ้างั้น" สุดท้ายตะเกียบเจ้ากรรมก็คงจะได้อยู่เฉยๆบนเก้าอี้แล้ว....ก่อนจะใช้มือหยิบเส้นยากิโซบะขึ้นมา
"เท่าๆกันแหละนะ" ว่าพลางกินเข้าไปด้วยสีหน้าสบายอารมณ์

"บ้าจริง แกนี่มันกวนประสาทจริงๆนั่นล่ะ" เขาต่อว่าอย่างหงุดหงิดในขณะที่ยังไม่หยุดมือ สายตาเหลือบแลไปมองอาหารเส้นท่าทางน่าอร่อยของอีกฝ่ายแล้วอดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลาย
...อาหารว่างกับอาหารหลัก อะไรจะอิ่มกว่ากัน...

"อยากกินรึไง" เสียงหัวเราะชอบใจดังขึ้น ก็สีหน้าของเจ้านี่มันดูง่ายจะตาย
"ถ้าไม่รังเกียจอะไรฉันก็ยื่นหน้ามา"......"ถ้ารังเกียจนักก็หยิบกินเอง"
รอยยิ้มกว้างกลบเกลื่อนความคิดข้างในที่ตัดกันอย่างร้ายแรง

"หืม อะไรของแก" ด้วยความสงสัย จึงยื่นหน้าเข้าหาอีกฝ่ายอย่างไม่รีรอ...อาจมีความหิวด้วยหน่อยๆเป็นปัจจัยเสริม

"อ้าปากสิ" เสียงกระซิบอย่างแผ่วเบา ห่างจากดวงหน้าของอีกฝ่ายเพียงนิดเดียว...ลับหลังหางตานั่น รอยยิ้มอย่างสุขใจก็แย้มออก

"น่าอายจะตาย" เริ่มเดาได้ลางๆว่าคงไม่พ้นป้อน แต่ถึงปากจะพูดอย่างนั้นก็ทำตามคำอีกฝ่าย โดยหลับตาแน่น หวังให้ไม่เห็นอะไรที่อาจจะทำให้ตัวเองเสียท่าอีกฝ่าย

ดวงตารียาวหรี่ลง...ท่าทีที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แค่หลายวันที่ไม่ได้เห็นหน้า แบบนี้รึเปล่าที่เรียกว่า.....คิดถึง
ความรู้สึกอุ่นๆสัมผัสที่ปลายนิ้วเรียว ชวนให้ใจของร่างสูงเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ ขณะเดียวกันที่สายตาเองก็จับจ้องอยู่ควบคู่

"ช้าอะไรอยู่เล่า" เริ่มบ่นเมื่อไม่รู้สึกถึงอากัปกิริยาที่ควรจะเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย ดวงหน้าขาวเริ่มขึ้นสีที่ตัวเองค้างอยู่ท่าที่แสนน่าอาย
อาหารที่ควรเร็วกว่านี้ชักช้าไม่ทันใจเอาเสียเลย....
ยิ่งทำให้เสียงหัวใจเต้นรัวผิดจังหวะ...อย่างน่ากลัวว่าคนป้อนจะได้ยิน

นิ้วเรียวขยับดันอาหารเข้าปากที่เอาแต่บ่นนั่น คล้ายว่าเป็นการปิดปากไปในตัว
"อร่อยมั้ยละ"

"อืมมม" เสียงอู้อี้เพราะปากยังคงเคี้ยวอาหารเส้นอยู่ ...ชิ ไม่อยากจะบอกนักหรอกว่ามันใช้ได้เอาการ
ไม่อยากจะบอก ไม่อยากจะพูด ไม่อยากให้รู้...ถึงความรู้สึกจริงๆ

"ดีแล้วล่ะ "ใบหน้าคมยิ้มน้อยๆอย่างพอใจ ก่อนจะหันไปจัดการกินของตัวเองต่อ
ถึงคนตรงหน้าจะไม่เปิดเผยสิ่งใดๆที่รู้สึกออกมา แต่...คนแบบนี้ไม่ใช่คนที่เดาทางได้ยากเลย

"เฮ้ย ยังไม่ได้บอกว่าอิ่มแล้วเลยนะ" ร่างบางโวยวายเล็กๆอย่างอดไม่ได้ แต่ก็ไม่ทำอะไรนอกจากหยิบของในกล่องของตนใส่ปาก
ก็ถ้าจะให้ทำอย่างนั้นต่อ.... แค่คิด สีแดงจางๆก็พุ่งปรี๊ดเต็มหน้า

"จะกินอีกหรอ" ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นในใจ....สีหน้ายิ้มแย้มปิดบังได้หมดไม่มีเหลือ
"แต่มือฉันมันเปื้อนหมดแล้ว"....."คงต้องใช้อย่างอื่นแทน"

"อะไรเล่า!" ชักรู้สึกไม่ชอบมาพากล ใบหน้าซื่อๆนั่นดูเหมือนจะมีเขาเล็กๆแหลมๆงอกออกมา คลับคล้ายว่าจะเห็นหางลูกศรแกว่งไหวๆ
...แต่หน้าอย่างนี้....เฮ้ย ไม่หรอกน่า
คนอย่างมันจะไปมีเล่ห์เหลี่ยมอะไรกับเขาได้...
"ตะเกียบก็อยู่ตรงนั้นนี่" บุ้ยใบ้ไปทางตะเกียบที่ถูกลืม

"ก็ใช่" รอยยิ้มกว้างยิ่งขึ้น "...นายคิดอะไรอย่างอื่นอยู่รึไง โกคุเทระ"

"คะ คิดอะไร? แกหมายความว่ายังไงเนี่ย!" เจ้าของเรือนผมสีเงินสวยผุดลุกขึ้นอย่างไม่พอใจ เกิดนึกบ้าอะไรขึ้นมา เจ้าบ้าเบสบอล!
กล่องอาหารที่จวนเจียนจะหมด ตกลงที่พื้น น้ำซอสเหนียวๆกระจายไปทั่วตามแรงโน้มถ่วง

"......." ร่างสูงเงียบสนิท ก็คงจะดีถ้าไอ้แรงลุกเมื่อกี้ไม่กระเทือนมาถึงเขา จนทำยากิโซบะร่วงลงไปในชะตากรรมเดียวกัน
"แย่จังเลยแฮะ" เขาเกาหัวแกรกๆอย่างไม่เดือดร้อนอะไร

"เฮอะ จะโทษ ก็โทษความเซ่อของตัวเองก็แล้วกัน" ว่าพลางหันหน้าหนีไปอีกทาง ขาเรียวก้าวเดินหนีโดยไม่สนใจไยดีผลกระทบลูกโซ่ของสิ่งที่ตนก่อ

"เฮ้อ..."เสียงถอนหายใจเบาๆกับความไม่เข้าท่าของตัวเอง...ไม่น่าเลยนะ
"โกคุเทระ" ก่อนจะตัดสินใจตะโกนตามหลังไป

"อะไร" เสียงไม่ค่อยเป็นมิตรนัก ด้วยว่ายังคงคาใจเกี่ยวกับท่าทีแปลกๆเมื่อครู่ มันต้องมีแผนแน่ๆ เห็นหน้าซื่อๆแบบนี้ จริงๆแล้วต้องมีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน

"ไม่รับผิดชอบหน่อยหรอ" ร่างสูงลุกขึ้นชี้มายังรอยเปื้อนขนาดใหญ่บนเสื้อ ทั้งน้ำซอสเหนียวๆ เส้นเหลืองๆ เต็มไปหมด
"ขอโทษนะ เสื้อซ้อมฉันมีแค่ตัวนี้น่ะนะ" น้ำเสียงเรียบง่ายสบายใจ แต่จากคำพูดก็น่าจะรู้ว่าซีเรียสแค่ไหน

"กะ ก็ไปซักซะสิ มันเกี่ยวอะไรกับฉันเล่า" นี่ใช่มั้ยแผนของแก กะใช้งานฉันสิท่า!

"ก็นะ" ยามาโมโตะเกาหลังคออย่างหมดหนทางที่จะสงบอารมณ์เพื่อนชาวอิตาลีคนนี้ได้
"งั้นก็ช่างมันเถอะ" แต่ก่อนอื่นต้องขอถอดไอ้เสื้อเจ้าปัญหานี่ซะก่อนอ่ะนะ......
....."อ่า ซึมถึงข้างในเลยนี่หวา " ดวงตาสีน้ำตาลฉายแววสิ้นหวังอยู่ไม่น้อย เมื่อเสื้อกล้ามตัวในก็ไม่พ้นชะตากรรมต้องซักเหมือนเจ้าตัวนอก

"มาถอดอะไรตรงนี้เล่า! เดี๋ยวก็หวัดกินพอดี นักกีฬาอย่างแกไม่บ้าสุขภาพอย่างเจ้าหัวสนามหญ้ารึไง" โกคุเทระโวยเมื่อเห็นการกระทำของอีกฝ่าย
"เอาไปใส่ซะไป๊!" ว่าแล้วก็ถอดเสื้อตัวนอกโยนโครมใส่อีกฝ่าย ใบหน้าเริ่มขึ้นสีอย่างควบคุมไม่อยู่

"ขอบใจนะ" สายตาแอบเหลือบมองสีหน้าแดงก่ำของอีกฝ่ายอย่างขบขัน "แล้วนายไม่หนาวรึไงล่ะ มาถอดให้ฉันใส่เนี่ย"
"คนมันฝึกมาดี ผิดกับแกน่า!" แสร้งทำเสียงดังกลบเกลื่อน ทั้งๆที่รู้ดีว่าตัวเองกำลงพูดปด

"....คุณหนูจะตาย นายน่ะ" น้ำเสียงเริ่มเคร่งเครียด กับความดื้อด้านของร่างบาง พลางเดินเข้าไปหาแล้วคืนเสื้อนอกให้เจ้าของ
"เฮ้" ดวงตาเบิกน้อยๆก่อนจะมองไปยังลายแปลกใหม่บนเสื้อของอีกฝ่าย " นายก็เลอะเหมือนกันนี่ ...มากด้วย"

"มันก็เลอะมาตั้งนานแล้วน่า" บอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ เพราะรู้ดีว่าจริงๆแล้วคราบเขม่าฝังแน่นบนเสื้อที่ถูกซอสสีสดกลบนั่น มีตั้งแต่เช้า
"เฮอะ สุดท้ายก็เลอะทั้งคู่ แล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย" มือเริ่มควานหาบุหรี่หมายจะจุดสูบ

"อย่าพึ่งสูบน่า" สีหน้าไม่พอใจปรากฎขึ้นทันที "เดี๋ยวไปเปลี่ยนชุดที่ห้องพักฉันละกัน ยืมชุดของเพื่อนฉันก่อน ขืนนายสูบตอนนี้ มีหวังอาจารย์จับได้แน่ "
"หรือนายจะกลับไปเลยก็ได้นะ "....คำพูดเสริมให้กับความดื้อด้านของอีกฝ่าย แต่ใจจริงก็ยังไม่อยากจะปล่อยไปหรอกนะ

"แกจะหาว่าฉันไม่กล้ารึไง!" ด้วยนิสัยจึงเผลอแสดงท่าทีออกไป "ไปที่ห้องแกเดี๋ยวนี้เลย!"
มือเรียวแทบคว้าคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วออกวิ่งด้วยซ้ำ

ยามาโมโตะนิ่งสนิทกับคำพูดของอีกฝ่ายที่ออกจะเข้าทางของตนมากไปหน่อย สีหน้ารีบปั้นกลับมากลบเกลื่อนเพื่อไม่ให้เป็นการเสียแผน
...ถ้าอยากรู้ว่ามีแผนอะไร ก็ต้องลองเองสินะ...............

"นายนี่มันจริงๆเลยนะ" ร่างสูงอมยิ้มก่อนจะเดิน นำไปที่ห้องของตัวเอง
ลมหนาวพัดมาชวนให้หนาวยะเยือก แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่ตนทิ้งเสื้อตัวนอกไว้กับกล่องอาหารกระจัดกระจายเต็มพื้น ...แต่มันก็ไม่เลวนักหรอก
ลมแรงๆแบบนี้ ให้ความรู้สึกดีจะตาย...

....

.....แต่มันก็หนาวนะเฟ้ย!!!
มือบางถูกยกขึ้นไขว้กันกุมไหล่ของตนเสียแน่นขณะที่เดินตามร่างสูงไป ทำไมห้องพักมันอยู่ไกลอย่างนี้เนี่ย

"ไหนว่าฝึกมาดีไง " ร่างสูงหันไปหัวเราะตามปกติ แต่ในใจนั้นไม่มีอารมณ์สนุกเจือปนเลยเมื่อเห็นสภาพของร่างบาง
แขนข้างหนึ่งโอบร่างบางก่อนจะดึงเข้ามาหาตัวเอง "แบบนี้พอจะช่วยได้นะ ฮ่าๆๆ"

"ฮะ เฮ้ย แกทำอะไรน่ะ!" คนถูกโอบหน้าแดงจัดราวมะเขือเทศสุก พยายามดิ้นรนขัดขืนเต็มที่ แต่แรงที่ผิดกันทำให้ไม่ประสบความสำเร็จแม้แต่นิด
"ก็เห็นว่าหนาวไง " คำตอบแบบขอไปทีกับรอยยิ้มตามแบบของเขา มันช่างดีที่ทำให้ไม่ดูเป็นคนเลวเลยซักนิด

....โชคดีที่ระหว่างทางเดินไปสู่ห้องของเขา เพื่อนๆยังคงพักกลางวันกันอยู่ข้างนอก ระเบียงทอดยาวไปยังห้องริมสุดที่เงียบสงบจนเขาได้ยินเสียงหายใจของอีกฝ่ายจริงๆ...
บรรยากาศช่างวังเวง เงียบแสนเงียบจนมีเพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน ไม่น่าเชื่อเลยว่าเป็นเวลากลางวัน
ให้ตายสิ ไม่ชอบจริงๆ...
กลัวว่าเสียงหัวใจที่ดังระรัวไม่ยอมหยุดจะถูกคนข้างๆได้ยิน
"ทำไมห้องแกถึงอยู่ไกลนักเล่า" ชวนคุยกลบเกลื่อนเสียงหัวใจที่แทบกระดอนออกมานอกอก

"ก็เพื่อนที่ได้คู่กับฉัน เขาเป็นพวกรักสงบน่ะ ฉันน่ะยังไงก็ได้"
....สงบจนทำให้คิดถึงคนที่โวยวายตลอดเวลา

"เพื่อนแกคงปวดหัวตายกับไอ้นิสัยเดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวยิ้มของแกแน่ๆ" ถือโอกาสต่อว่าไปในตัว
...แต่ก็น่าอิจฉาเจ้าคนรักสงบคนนั้น คงจะสนุกสนานมากแน่ๆที่มีเจ้าบ้าคนนี้ไปอยู่ด้วย...

"ไม่รู้สินะว่าปวดหัวแค่ไหน" คำพูดต่อไปน่าจะทำให้มีอะไรดีๆ...." แล้วพอเข้าค่ายแบบนี้ทีไร ก็มีแต่คนแย่งกันคู่กับฉันนะ ไม่รู้ทำไม "ว่าแล้วก็หัวเราะกลบเกลื่อนซะหน่อย

ปึ๊ด
เหมือนเส้นเลือดที่ขมับมันจะปวดตุบๆเมื่อได้ยินคำดังนั้น สีหน้าไม่พอใจฉายแววเต็มที่อย่างปิดไม่มิด
"แล้วมาบอกฉันให้มันได้อะไรขึ้นมา" น้ำเสียงติดจะเชิดเล็กน้อยคล้ายแง่งอนด้วยอารมณ์เริ่มปะทุ

"....แล้วนายจะโกรธทำไมล่ะ" รอยยิ้มใสซื่อแปลเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์โดยเจตนา ใบหน้าคมคายยื่นเข้าไปถามใกล้ๆดวงหน้าหงุดหงิดนั่น

"ใครว่าฉันโกรธ! เรื่องอะไรจะต้องโกรธล่ะ!" หารู้ไม่ว่าเพียงประโยคนี้ก็บ่งบอกอารมณ์ได้หมดเปลือก
"เฮ้ย ห้องแกตกลงมันห้องไหนเนี่ย ไกลเกินไปแล้วนะ" ทำเฉไฉเปลี่ยนเรื่องเมื่อเริ่มเห็นสีหน้าคล้ายกับรู้ทันของอีกฝ่าย

"อ่า นั่นสินะ" ....ก็ความจริงมันถึงตั้งนานแล้ว
"....คงห้องนี่ล่ะมั้ง ฮ่าๆๆ" แขนที่โอบไว้ยอมปล่อยออกอย่างนึกเสียดาย เพื่อที่จะเปิดประตูห้องของตัวเองเข้าไป
"เข้ามาสิ"

"..." โกคุเทระถึงกับนิ่งอึ้ง พูดไม่ออกเมื่อเห็นสภาพภายในห้อง ...มันเรียบร้อยเกินกว่าจะเป็นห้องของนักกีฬาเสียอีก
"เพื่อนร่วมห้องของแกนี่ ท่าจะรักสะอาดมากนะ" แต่ลางสังหรณ์กลับรู้สึกตงิดใจชอบกล
เหมือนห้องนี้เตรียมเอาไว้...ให้เจ้าของกลับมาทำอะไรต่างๆนานาได้ทันใจ

"ฉันจัดเองแหละ" ร่างสูงตอบแบบไม่ใส่ ก่อนจะเอาเสื้อผ้าที่เปื้อนไปพึ่งลมรอที่ขอบหน้าต่าง และหยิบผ้าเช็ดตัวที่ตากไว้ใกล้ๆ
ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

ทันทีที่ร่างสูงลับไป ผู้มาเยือนรีบหันรีหันขวาง สำรวจรอบข้างอย่างสนใจทันที
อยากจะรู้ ว่าเจ้าของห้องนี้เป็นยังไง
อยากจะรู้ ว่าเจ้าของห้องสนใจอะไรบ้าง
อยากจะรู้...ทุกๆอย่าง
...แต่ไหงไม่เห็นวี่แววของอะไรที่บ่งบอกถึงความเป็นยามาโมโตะเลยสักนิด... นี่ใช่ห้องของมันแน่รึไง!?

"โกคุเทระ ช่วยไรหน่อยสิ"เสียงตะโกนเรียกดังมาจากห้องน้ำ
"หยิบเสื้อที่พับไว้บนเตียงให้หน่อย"

ไหนบอกเสื้อซ้อมมันมีตัวเดียว!? แล้วที่เตรียมพร้อมเอาไว้นี่มันอะไรน่ะ
แม้ในใจนึกโวยวาย แต่ก็หยิบเสื้อไปให้แต่โดยดี
"เอ้า เปิดประตูสิ"

ยามาโมโตะยื่นหน้าและหัวที่ชุ่มไปด้วยน้ำออกมา พร้อมรอยยิ้มแฉ่ง พลางรับเสื้อเอาไว้"แต้งกิ้ว "

ความร้อนพุ่งวาบแทบเกินอุณหภูมิเดือด หยดน้ำชุ่มเรือนผมสีดำตัดสั้นของอีกฝ่ายช่างขับให้ใบหน้าคมนั้นราวกับรูปสลักชั้นยอด ...สีแดงไม่จางพุ่งเต็มใบหน้า
ไม่อยากยอมรับเลยจริงๆ ให้ตายเถอะ ว่ามันหน้าตาดี
"เอ้า รีบๆอาบเข้าล่ะ" รีบหาเรื่องพูดพลางมองไปทางอื่น

"ฮ่าๆๆ โทษทีนะ" ว่าทิ้งก่อนจะปิดประตูหายไปอีกครู่ใหญ่
....น่ารักชะมัด

ร่างบางขยี้ผมของตนอย่างหงุดหงิด ทำไมกันนะถึงได้รู้สึกเหมือนว่าตกหลุมพรางเจ้าคนแสนซื่อไปได้ ยิ่งความเหนียวเหนอะหนะที่ตัวยิ่งทำให้หงุดหงิดขึ้นทวีคูณ
"ให้ตายสิ" เขาพึมพำพลางถอดเสื้อตัวในโยนโครมลงกับพื้นอย่างไม่ไยดี ...ค่อยสบายตัวขึ้นมาหน่อย

"อะไรน่ะ" เจ้าของห้องว่าขึ้นพลางเดินออกมาจากห้องน้ำ ตอนแรกก็ไม่เห็นอะไรหรอก แต่พอเงยหน้าขึ้นหน้า ...ดึงผ้าเช็ดตัวออกจากศีรษะ
"....โกคุ......." ดวงตาสีน้ำตาลเบิกน้อยๆ

"มะ มองอะไร ก็แค่ถอดเสื้อ" คนถูกมองชักเริ่มรู้สึกไม่ดีเท่าใดนัก ผิวขาวสมตระกูลดีปราศจากริ้วรอยที่ควรจะมี แต่มีคราบเขม่ากับรอยเปรอะคราบเหนียวเล็กน้อย

"ป...เปล่านิ" เหมือนถูกกล่าวหา น้ำเสียงตะกุกตะกักปฏิเสธทันควัน "ห้องน้ำว่างแล้วล่ะ นายจะใช้มั้ย"
ร่างสูงเดินหลบร่างบางไปหยิบผ้าเช็ดตัวอีกผืนในกระเป๋าแล้วยื่นให้

"ก็ต้องใช้สิ" ร่างบางรับผ้าเช็ดตัวมาแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ไม่ไยดีกับเสื้อกองยู่ยี่ที่พื้นขัดกับความเรียบร้อยของห้อง...ขัดกับนิสัยของเจ้าตัวไม่น้อย
...ก็ไม่อยากอยู่ในสภาพนี้กับมันนานๆเลย...
เหมือนไม่ใช่ตัวเอง เขาคิดพลางปล่อยให้สายน้ำอุ่นไหลผ่านศีรษะ

ร่างสูงมองประตูห้องน้ำอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลงหยิบเสื้อที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาตากลมเอาไว้เช่นเดียวกับเสื้อของเขา
ก่อนจะเดินข้ามห้องไปยังซอกเตียงของเพื่อน ที่มีกระเป๋าอีกใบวางอยู่ มือเรียวถือวิสาสะเปิดมันออก ก่อนจะหยิบเสื้อและกางเกงออกมา อย่างละตัว

"เฮ้ย ทำไมผ้าขนหนูผืนมันเล็กอย่างนี้เล่า" เสียงโวยวายดังขัดกับเสียงน้ำแทรกมาไม่ดังนัก คล้ายกับบ่นกับตัวเองด้วยซ้ำ

"ห๊า" เจ้าของห้องแทบสะดุ้งกับเสียงโวยวายที่ดังมาทำลายความสงบซึ่งชินหูมาตลอดหลายวัน "อ.....งั้นเดี๋ยวฉันส่งชุดให้ละกัน"

"ไม่ต้องๆ เดี๋ยวมันก็เปียกหมดพอดี ฉันเดินออกไปเอาเองได้" ร่างบางรีบร้องห้าม เพราะกลัวว่ามันจะเปียกจริงๆดังคำเตือน น้ำที่เจิ่งนองทั่วห้องน้ำกว่าจะล้างคราบเขม่าควันไฟออกก็ช่างแสนลำบาก
ร่างบางพันผ้าขนหนูไว้รอบเอวแล้วเดินออกมาทั้งที่ตัวยังเช็ดไม่ดีนัก

ร่างสูงที่นั่งรออยู่บนเตียงหันมาส่งให้อย่างไม่คิดอะไร เพราะมันยังไม่ได้คิดอะไรจริงๆ ว่าจะหันมาเจออะไรแบบนี้
รอยยิ้มร่าเริงหายไปตั้งแต่วูบแรกที่หันมา ร่างบางที่เปียกโชกไปด้วยน้ำทำเอาหัวสมองหลังผมดำๆขาวโพลนไปหมด ผิดกันกับใบหน้าแดงก่ำที่อยู่ภายนอก
....ให้ตายสิ นายนี่มัน....

"มีผ้าเช็ดผมมั้ยน่ะ ใส่เสื้อผ้าทั้งที่หัวเปียกแบบนี้หวัดกินตายเลย" โกคุเทระขยี้ผมของตนจนน้ำสะบัด

"อ่า"ยามาโมโตะสอดส่องสายตามองหาของที่เพื่อนต้องการ "นายใช้ผ้าของฉันก่อนได้มั้ยล่ะ "
เมื่อไม่เจอสิ่งที่ต้องการจึงหาสิ่งที่ใกล้ตัวเข้ามาแทน...
ร่างสูงเอื้อมไปหยิบผ้าเช็ดตัวของตัวเองที่ยังหมาดๆอยู่ แต่เมื่อตากลมเย็นๆก็พอจะแห้งไปบ้าง "ฉันเช็ดให้เอามั้ย"
ว่าแล้วก็ยิ้มกว้างซะหน่อย...

"เออดี กำลังขี้เกียจ" ...หรือจะบอกว่าอยากอยู่ใกล้ๆกันนะ

"นั่งลงสิ" ร่างสูงว่า แต่ก็ไม่ได้ต้องการคำตอบอะไร เพราะไม่ทันไรก็ดึงร่างบางลงมานั่งบนเตียง ก่อนจะคลุมผ้าเช็ดตัวใส่ศีรษะและเส้นผมสีเงินนั่น
"ผมนายนี่เริ่มยาวแล้วแฮะ" พูดไปยิ้มไป ในขณะที่นิ้วเรียวสัมผัสไปโดนเส้นผมเจ้าปัญหาที่ล้ำออกมาจากผ้าเช็ดตัว ....ประสาทบางอย่างก็โดนเข้ากับบางสิ่งในสีเงินนั่น
กลิ่นหอมบางๆจากเส้นไหม ชวนให้ร่างสูงเผลอก้มลงไปใกล้อย่างอดไม่ได้

"เฮ้ย เข้ามาใกล้ทำไมน่ะ ไม่ได้หนาวขนาดต้องเบียดกันซะหน่อย" ปากว่าไปอีกอย่าง แต่จริงๆแล้วก็แอบดีใจไม่น้อยที่ได้ใกล้ชิดกันกว่าที่เคย

"โกคุ...." ....นายไม่รู้เลยว่า ทุกคำพูดของนายน่ะ...มัน...
ดวงตาสีน้ำตาลสะท้อนเงาจางลง มือที่ใช้ขยี้ผมให้แห้งหยุดชะงักก่อนจะเชยเข้าที่คางมนของอีกฝ่ายเพื่อให้เงยหน้าขึ้น
นิ้วเรียวไล้ที่ริมฝีปากบางของอีกฝ่ายอยู่วูบหนึ่ง และก่อนที่จะปล่อยให้ได้พูดอะไร ใบหน้าคมคายก็ก้มลงประทับเบาๆที่ริมฝีปากนั่นอย่างแผ่วเบา
"ฉัน....คิดถึงนาย" น้ำเสียงนิ่งๆออกจะแปร่งไปด้วยความอาย กลบเกลื่อนด้วยการเอาผ้าเช็ดตัวมาปิดดวงตาสีเขียวนั่นไว้

ไร้ซึ่งคำพูดใดๆจะเอ่ยออกไปเมื่อริมฝีปากถูกขโมยไปชั่ววูบ สีหน้าแดงก่ำแล่นวาบขึ้นสู่ผิวขาวจางๆจนเจ้าตัวยังรู้สึกได้ถึงความร้อน
ดวงตาสีเขียวระคนด้วยอารมณ์สับสน จะว่าตกใจก็มี สับสนก็มาก ...แต่ไม่ลึกนักมีความยินดีปะปนอยู่
ไม่กล้าสู้สายตาที่ฉายแววจริงใจตรงหน้า ความรู้สึกซื่อตรงที่ไม่เคยแม้แต่จะปิดบังของอีกฝ่ายทำให้เขาทำตัวไม่ถูก ได้แต่หลบตา
"พูด...อะไรของแก" ถ้อยคำจงใจหลบเลี่ยงเต็มที่ แม้ใจจริงอยากจะพูดอย่างอื่นแท้ๆ

"ก็แค่พูดความจริง" แขนทั้งสองข้างกอดร่างบางไว้หลวมๆ ราวกับว่าไม่แน่ใจในบางสิ่ง "เกือบอาทิตย์นึงเลยนะ ฮ่าๆ"
"ฉันคิดว่า...นายน่าจะรู้มาตลอด" ดวงตาคู่คมมองไปยังพื้นไม้เหมือนกับกำลังมองหาอะไรอยู่ รอยยิ้มบางคลี่ออกด้วยความรู้สึกเหมือนคนอ่อนแอ...แต่มันไม่ใช่เลย
...บอกไม่ถูก

"กะ แก ไม่อายเหรอพูดอะไรออกมาแบบนี้" น้ำเสียงเริ่มตะกุกตะกักเมื่อเห็นแววตาจริงจังของอีกฝ่าย
แกไม่อาย แต่ฉันอายเฟ้ย

"ไม่อ่ะ" ยามาโมโตะหันมาตอบแบบไม่ซีเรียส แต่การกระทำกับตรงกันข้าม ....อ้อมแขนที่โอบร่างบางไว้กอดแน่นขึ้นทีละนิด

"ปล่อยนะ ฉันจะแต่งตัว" ร่างบางเริ่มดิ้นเมื่อคนตรงหน้าถือวิสาสะเกินไปแล้ว หยดน้ำเกาะพราวทั่วร่างสะบัดจนห้องเปียกเป็นวงเล็กๆ

"........" ร่างสูงไม่เลือกที่จะตอบหรือทำตามที่ร่างบางต้องการ ยังคงนิ่งเหมือนกับคิดอะไรอยู่
กายบางเริ่มจะเย็นตัดกับเขาที่เริ่มจะร้อนผ่าว เมื่อสัมผัสกันอยู่อย่างนี้ก็รู้สึกได้ชัดเจน
...อยากอยู่นานๆ

"เฮ้ย มันหนาวนะ" เพราะความเย็นของอากาศที่ยังคงอยู่ในฤดู ทำให้เผลอซุกตัวเข้าใกล้อีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้
อุ่นดีจัง...

กลิ่นกายหอมชวนให้สัมผัสของอีกฝ่าย รบเร้าจิดใจของเขาโดยไม่รู้ตัว
...ไม่รู้ว่าเพราะใคร ถึงได้ทำให้เขาคิดอะไรร้ายๆอยู่ในสมองไม่ขาดสายเลยนะ
"อ่ะ ใส่ชุดเพื่อนฉันไปก่อนนะ" แขนทั้งสองผละจากสิ่งที่รักอย่างอดเสียดายไม่ได้ ก่อนจะยื่นชุดให้โกคุเทระที่กรายๆจะเป็นหวัดอยู่แล้ว

ร่างบางรับชุดมาใส่อย่างทันควัน เสื้อถูกสวมอย่างรวดเร็วจนควรเรียกว่าจับยัด จนหยดน้ำจากปลายผมทำให้เสื้อเปียกปอนเป็นจุดไม่น้อย
...แต่ปัญหาอยู่ที่ท่อนล่างนี่สิ...
จะกลับเข้าไปใส่ในห้องน้ำก็คงลำบาก เพราะมันเปียกไปหมดแล้ว แต่จะให้ใส่ตรงนี้มันก็...

"อ่า" เจ้าของห้องเกาหน้าอย่างหมดความคิด แล้วก็คิดขึ้นมาใหม่อีกที "ฉันไม่มองจริงๆนะ สาบาน"
เจ้าตัวยกมือยืนยัน ก็จะหันหลังทิ้งหน้าลงหมอนในทันที

"ถ้าหันมาแกตาย!" คำขู่สำทับอีกชั้นคล้ายวิสัยสตรี แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่เขาเติบโตมาในสถานที่ที่ทำให้เขาเป็นเช่นนี้
ว่าแล้วก็หันหลังให้พลางใส่อาภรณ์ชิ้นล่างอย่างรวดเร็วทว่าระมัดระวัง
...ถ้าหันหน้าแล้วมันเกิดแอบดู ยุ่งตายเลย

"......." ในใจของยามาโมโตะบอกกับตัวเองว่า อย่าเด็ดขาด!!
แต่ไอหมอนหนานี่ทำเอาหายใจไม่ออกเลย....อดทนไว้ ยามาโมโตะ
"เส็ดยางงง" เสียงอู้อี้จากก้อนหมอนถาม

"รอเดี๋ยวเด้!!!" รีบตะคอกก่อนที่เจ้าคนถามมันจะหันมา
ว่าแล้วก็รีบใส่จนเสร็จพอดี แต่ก็ไม่ได้แปลว่าตัวแห้งแล้วเลยสักนิด...

"ฮาาา~" เดาจากเสียง ร่างสูงจึงผุดหน้าขึ้นมาจากหมอนที่ทำเขาเกือบตาย รับรสของออกซิเจนอีกครั้ง
"ใส่พอดีเลยนิ" ยามาโมโตะพูดก่อนจะไล่มองดูเพื่อนร่วมห้องเรียนในชุดของเพื่อนร่วมห้องพัก แต่....
ทำไมมันเปียกแบบนี้....??

"เพื่อนแกนี่ตัวพอๆกับฉันเลยแฮะ" โกคุเทระว่าหลังจากมองชุดที่ตนใส่ แต่เริ่มหางคิ้วกระตุกเมื่อเห็นว่ามันช่างแนบเนื้อเหลือเกินยามเปียกน้ำ เสื้อเจ้ากรรมก็ดันเป็นสีขาวด้วยเสียนี่
มือบางขยี้ผมของตนอย่างรุนแรงโดยไม่พึ่งผ้าเช็ด ส่งผลให้หยดน้ำกระจายไปอีกหน
ถึงจะใส่เสื้อผ้ามาบดบังไปบ้าง แต่น้ำที่มันซึมไปเรื่อยๆนี่มัน.....

"อย่าทำแบบนี้สิ"
คำพูดลอยๆพึมพำออกมา

"หืม แกว่าอะไรนะ" เสียงที่ได้ยินไม่ชัด เข้าใจว่าคงพูดกับตน...ก็ในห้องนี้มันมีแค่สองคน จะไปพูดกับแมวที่ไหนล่ะ!
ปากว่าไปเรื่อยในขณะที่มือบางยังไม่หยุดมือ โธ่เว้ย ทำไมผมมันถึงได้แห้งช้าในวันที่หนาวๆอย่างนี้นะ

"....หยุดทำแบบนั้นซะทีน่ะ" ยามาโมโตะว่าพลางหยุดมือบางเอาไว้ ถ้าปล่อยให้สลัดไปทั่วแบบนี้ มันมีผลต่อทั้งสิ่งแวดล้อมของห้องและตัวเขาอย่างร้ายแรง
"เดี๋ยวก็เป็นหวัดแย่หรอก ทำไมไม่เอาผ้าเช็ด"

"แล้วมันมีไหมล่ะ" เผลอตวัดหางเสียงอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย เมื่อครู่นี้ใครกันนะที่เช็ดให้อยู่ดีๆก็อู้เสียได้
เสียงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ สุดจะเหนื่อยสุดจะทนต่อไป ยิ่งบรรยากาศเงียบๆ คับแคบอยู่แค่ในห้องไม่เหมือนปกติที่อยู่ในที่กว้างๆ ก็ทำเอาปวดหัวแทบบ้า

"ทำไมนายมันหัวดื้อขนาดนี้นะ"

"ตรงไหนกัน" ความหงุดหงิดเริ่มแล่นไปทั่ว ถ้าตอบไม่เคลียร์คงมีเรื่องเป็นแน่
"ฉันก็แค่ไม่อยากเป็นหวัด แต่ไม่มีผ้าเช็ด" ดวงตาสีเขียวฉายแววไม่ยอมแพ้เต็มที่ทั้งๆที่เป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง "มันก็แค่นั้น"

"นายก็บอกสิ"ร่างสูงโต้กลับเกือบจะตะคอก"ไม่ใช่มาทำอะไร....แบบนี้"
....ให้ตายสิ

บอกอะไรเล่า!!! ใจจริงอยากจะตะโกนถามไปแบบนี้ เพราะอีกฝ่ายเริ่มทำให้เขาหงุดหงิดเต็มทน แต่ก็ไม่อยากให้บรรยากาศแย่ลงไปมากกว่านี้ จึงเอ่ยไปอีกอย่าง
"บอกให้นายส่งผ้าให้เหรอ" น้ำเสียงเริ่มไม่ใช่หาเรื่องอย่างเคย
...ไม่อยากทะเลาะทั้งๆที่เพิ่งได้เจอหน้ากันอีกครั้งหรอกนะ

"ก็ใช่น่ะสิ"ยามาโมโตะพยายามบังคับให้อารมณ์ไม่ขึ้นมากไปกว่านี้ ดวงตาสีน้ำตาลเสมองไปทางอื่นเพื่อผ่อนอารมณ์ทิ้ง
"อย่าให้ฉันโกรธเลยนะ โกคุเทระ"

หากตอนนี้มีบุหรี่อยู่ในปากอย่างเคย...มันคงไม่แคล้วต้องมีชะตากรรมร่วงลงพื้นเป็นแน่ เพราะเขากำลังอ้าปากค้างอย่างคาดไม่ถึง
"พะ พูดอะไรน่ะ"
อย่าพูดอะไรที่ชวนให้หน้ามันร้อนๆอย่างนี้ได้ไหม...

"ช่างเถอะ" ร่างสูงทิ้งตัวลงบนเตียงอีกครั้ง พยายามจะตัดความไม่พอใจนี่ทิ้งแล้วเลือกที่จะไม่คิดอะไร
ก่อนดวงตาคู่รีจะเหลือบไปเห็นปุยสีขาวจำนวนมาก ค่อยๆลอยลงมาตามอากาศอยู่ที่ปลายหน้าต่าง
"หิมะตกซะละ"

"บ้าจริง" เด็กหนุ่มผมเงินสบถอุบเมื่อเห็นปุยสีขาวร่วงลงจากฟ้า เส้นผมชุ่มน้ำยิ่งลดอุณภูมิลง"หวัดกินแน่ๆ"

"เฮ้อ...." วันนี้คงเป็นวันที่เหนื่อยใจที่สุดในชีวิตแน่....ร่างสูงคิดก่อนจะลุกขึ้นไปปิดหน้าต่าง
....ยิ่งทำให้ห้องนี้เงียบสงัดเสียยิ่งกว่าเดิมอีก

ห้องเงียบแสนเงียบทั้งที่ยังไม่ถึงยามค่ำคืนแท้ๆ ความมืดคืบคลานท้องฟ้าเร็วกว่าที่เคยเพราะเป็นฤดูกาล ยิ่งหิมะตกไม่หยุดแบบนี้ คนที่ยังทั้งตัวทั้งผมเปียกอย่างเขาก็เริ่มสั่น...แต่ก็พยายามเกร็งไว้ไม่อยากให้อีกคนที่อยู่ในห้องรู้
"ง่วงนอน" ร่างสูงพลิกตัวไปมา ....ปากพูดเพราะความอิ่มบวกกับความเหนื่อยใจทำให้เปลือกตาหนักอึ้งจะแย่
แต่เพราะมีร่างบางอยู่ใกล้แบบนี้....โกรธกันอีก
หลับไม่ลง...

"ง่วงนักก็นอนไปสิ" ฝืนตอบเสียงหนักแน่นทั้งๆที่กลั้นแทบตายไม่ให้ฟันกระทบกันดังกึกๆ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเปิดหน้าต่างแล้วเขาคงไม่แคล้วแข็งตาย

"ให้ฉันหลับ แล้วทิ้งนายไว้น่ะหรอ" ยามาโมโตะหยุดมองดวงหน้าแดงเรื่อเพราะความหนาวอย่างลืมโกรธ ....ความจริงก็ไม่ได้โกรธอะไรหรอกนะ
"แต่ฉันน่าจะหลับลงนะ ถ้านายมานอนด้วยกันน่ะ" ...น้ำเสียงฟังแล้วเหมือนพูดเรื่องตลกไร้มลทิน

"พะ พูดบ้าอะไรน่ะ เตียงเล็กนิดเดียวอย่างนั้นจะไปอัดกันตั้งสองคนได้ยังไง" พยายามไม่ตีความเป็นอย่างอื่นที่ล่อแหลม
แต่เสียงที่สั่นเพราะความหนาวเย็นมากกว่าความตกใจเริ่มดึงดูดให้โกคุเทระค่อยๆเขยิบเข้าใกล้แหล่งความอบอุ่นหนึ่งเดียวภายในห้อง

"ก็นอนชิดๆกันไง "เขาตอบ" เตียงเพื่อนฉันอย่าว่าแต่จะนอนเลย เดินเฉียดยังไม่กล้าเลย"
สายตาแฝงเลศนัยหรี่ลงมอดูร่างบางที่ใกล้เข้ามาด้วยความคิดแปลกประหลาด.....

"แกบ้ารึเปล่าเนี่ย ตัวออกจะใหญ่ เตียงเล็กๆแบบนั้นต่อให้เบียดก็ไม่ไหวหรอก" ปากพูดไปอีกอย่าง แต่เริ่มกระเถิบเข้าใกล้เตียงที่ร่างสูงนอนอยู่ในจังหวะนอนสต็อป

...หึ
รอยยิ้มเยียดออกในทันที ก่อนร่างสูงจะยื่นมือออกไปดึงเจ้าคุณหนูลงมานอนด้วยในท่ากอด

"!!!" เจ้าของเส้นผมสีเงินแทบร้องออกมาไม่เป็นศัพท์
แต่เพราะความอบอุ่นที่มีมากอย่างล้นเหลือของอีกฝ่าย จึงทำให้อยากจะอยู่อย่างนี้ไปอีกนานๆ จึงนิ่งเงียบผิดวิสัย
"เพราะหนาวหรอกนะ" จงใจพึมพำให้อีกฝ่ายได้ยิน

"อืมมมมม" ร่างสูงพอใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ไม่มีอาการขัดขืนเหมือนปกติจากร่างบาง
"เมื่อกี้ฉันขอโทษนะ"

"เรื่องอะไรเล่า ไม่เห็นมีอะไรที่ต้องขอโทษสักหน่อย" เพราะไม่ได้ทำอะไรผิดสักนิด
อารมณ์ที่เริ่มดีเพราะอุ่นทำให้ไม่ติดใจอะไรมากนักกับบรรยากาศมาคุเมื่อครู่
           
"......." บรรยากาศปกติสำหรับเขาแต่ไม่ใช่สำหรับร่างบางแน่ เงียบแบบนี้เลยได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจแผ่วจากร่างในอ้อมกอด
"ไม่พูดอะไรหน่อยหรอ"
....ที่นายอยากพูด

"แล้วจะให้พูดอะไรเล่า อยู่แบบนี้พูดมากได้ที่ไหนกัน" บ่นอุบใส่คนไม่รู้จักคิด
หน้าที่ห่างกันเพียงแค่คืบ ถ้าพูดมากๆเข้าก็คงได้...

"ฉันอยากได้ยินที่นายพูด....อะไรก็ได้"
"นะ...." รอยยิ้มเรียบง่ายถูกงัดมาใช้อีกครั้ง

"ไอ้บ้า" ต่อว่าพร้อมรอยยิ้มเยาะสุดๆ
"พอใจรึยัง"

"ยัง" ใบหน้านิ่งเนิบตอบ
"ตั้งหลายวัน แค่นี้ไม่พอหรอก"

ดวงหน้าเริ่มขึ้นสีอีกครั้งเมื่อเริ่มเดาความนัยได้เลาๆ นี่คงไม่ได้กะให้พูดคำน่าอายพรรค์นั้นใช่มั้ย!
"ไอ้บ้า ไอ้งี่เง่า เจ้าบ้าเบสบอล" เริ่มใส่เป็นชุดทั้งๆที่ในใจรู้ดี "พอมั้ย"

"เรื่อยๆน่า"
....จนกว่าฉันจะพอใจ
คิดไปพลางจะกอดให้แน่นขึ้น

"เจ้าบ้า คิดจะกอดไปถึงเมื่อไหร่กัน อย่าบอกนะว่าจนกว่าฉันจะยอมพูดอะไรน่าอายออกมาน่ะ" ดวงตาสีเขียวเสมองไปทางอื่น ไม่กล้าสบกับอีกฝ่ายตรงๆ

"ถ้าเกิดฉันบอกว่าใช่.....นายจะพูดมั้ย"
ดวงตาสีน้ำตาลจ้องตามนัยน์ตาที่หลบเลี่ยงไป ราวกับว่าสิ่งที่ต้องการอยู่ในดวงตาสีอ่อนคู่นั้น

ทนไม่ไหวแล้ว....
สิ้นคำพูดของอีกฝ่าย ดวงหน้าขาวๆก็พลันขึ้นสีแดงแป๊ดราวระเบิดมะเขือเทศ ต้องรีบพลิกตัวหนีไม่อยากให้เจ้าคนเอ๋อรู้ได้

ริมฝีปากเหยียดออกอย่างรู้ทัน แขนทั้งสองออกแรงรั้งร่างบางไม่ให้หันหนี
"นายนี่น่า..." คำพึมพำหลุดออกมา หากว่าฟังเฉยๆคงคิดว่าคนพูดคงกำลังนั่งฟังเพลงอยู่อย่างสบายใจ
แต่ความจริงแขนทั้งสองข้างนั้นเริ่มออกแรงหนัก เมื่อร่างบางต่อต้าน ร่างสูงผละหลังออกจากพื้นเตียง แรงกดที่มือตรึงร่างบางไว้บนพื้นผ้าอย่างดิ้นไม่หลุดแน่นอน

ใบหน้าที่แต่เดิมแดงอยู่แล้วยิ่งแดงเข้าไปอีกจนไม่รู้ว่าจะแดงได้อีกยังไงไหว แม้แต่ไร่มะเขือเทศยังชิดซ้ายลงคลองแน่ๆ ความร้อนพุ่งปรี๊ดยิ่งกว่ารถจักรไอน้ำแล่นทั่วหน้าเมื่อเปลี่ยนท่าทางการนอน
"ปะ ปล่อย" เสียงที่ออกมาไม่เต็มเสียงนัก อาจเป็นเพราะความร้อนที่แล่นทั่วร่างก็เป็นได้

ใจของร่างสูงแทบเต้นไม่เป็นจังหวะ ตอนแรกเขาแค่จะยื้อไว้ให้ร่างบางอยู่กับตนนานๆ เพราะคิดว่าปล่อยแล้วคงต้องหนีไปแน่ๆ
แต่มันกลายมาเป็นแบบนี้ได้ยังไงนะ......
สีหน้าแปลกใจปรากฎขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนไปเมื่อเห็นท่าทางของโกคุเทระ

"ถะ ถ้าพูดให้แกพอใจแล้วจะปล่อยใช่มั้ย" หลุดเสียงออกมาอย่างยากลำบาก ในเมื่อความร้อนมันพุ่งขึ้นๆลงๆแบบนี้

"ไม่รู้สินะ" ร่างสูงตอบตามที่คิด เพราะไม่รู้ว่าถ้าได้ยินที่พูดแล้วจะพอใจแค่นั้นมั้ย
"แต่ยังไงก็...อยากฟัง"

"คะ คะ" เสียงตะกุกตะกักกับใบหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก สีหน้าของเด็กหนุ่มในยามนี้ราวกับว่าถูกบังคับให้กินอาหารฝีมือพี่สาวไม่มีผิด
"คิดถึง" เสียงนั้นไม่ดังไปกว่าเสียงกระซิบ ซึ่งโกคุเทระก็อดคิดไม่ได้ว่าเบายิ่งกว่าเสียงหัวใจของเขาที่เต้นรัวในเวลานี้เสียอีก

"........." ดวงตาสีน้ำตาลเบิกน้อยๆด้วยอารมณ์ที่ผิดจากเมื่อกี้ลิบลับ จนเผลอกดแรงขึ้นที่ข้อมือบางนั่น
....ดีใจจังนะ....ที่ได้ยิน............แต่ว่า...
"ไม่ใช่"อยู่ๆก็เอ่ยขึ้นช้าๆ
....."ไม่ใช่คำนี้"

คนฝืนพูดคำน่าอายออกไปถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนจะแปรมาเป็นความหงุดหงิดแล่นปรี๊ดอย่างฉุดไม่อยู่
"ไม่ใช่คำนี้แล้วจะเอาคำไหนเล่า ปล่อยได้แล้ว!" เสียงใกล้เคียงกับการตะคอกพลางดิ้นไม่หยุด
กว่าจะพูดคำง่ายๆพวกนั้นออกไป...แกคิดมั้ยว่าฉันอายมากแค่ไหน

".....อีกคำนึง" คนตอบยิ้มอย่างฉายเล่ห์
ก่อนจะมองไปยังริมฝีปากบางสีเดียวกับใบหน้าของอีกฝ่าย "อะไรคงจะอุดปากนายไว้มั้ง หึ"
เสียงหัวเราะอย่างที่ไม่ใช่เขา หลุดออกมาจากลำคอเพราะความชอบใจลึกๆ

"กะ แก" น้ำเสียงเริ่มขุ่น รู้สึกคุ้นๆคลับคล้ายคลับคลาว่านิสัยแบบนี้มันเป็นเหมือนใครสักคนที่ช่างคุณชายเจ้าสำอางอย่างน่าโมโห ถ้าหากมีคำว่าครับต่อท้ายด้วยนี่คงใช่เลย
"ถ้าจะมี ก็คงเป็นความกวนประสาทของแกนั่นแหละ!"
คำพูดที่ถ้าคนอื่นเป็นเขาก็คงจะต่อยเข้าให้ไปตั้งนานแล้ว แต่เพราะเป็นเขาหรอกนะ....เพราะเป็นนายด้วยล่ะมั้ง

"จะเป็นอะไรก็ช่าง "......ความคิดช่างตัดกับการกระทำ "ฉันจะช่วยเอาออกให้ดีมั้ยนะ"
ดวงตาคมจ้องร่างบางไว้เหมือนไว้ใช้ตรึงแทนเชือก

ดวงตาคู่ที่เคยใสซื่อเสมอมา บัดนี้มีแววประหลาดจนโกคุเทระไม่กล้าสบตา
แต่ก็ไม่อาจถอนสายตาไปได้เลย...
แกจะทำอะไร... แกกำลังทำอะไร... แกทำอะไรไปแล้วกับฉันกัน...
ไม่รู้ และไม่อยากจะคิดเลย...เพราะหัวสมองเริ่มคิดอะไรไม่ออกแล้วเพียงได้เห็นดวงตาฉายแววผิดจากเคย
"..." คำพูดว่า 'ไม่จำเป็น' ที่จะพูดออกไปถูกลืมเลือนไปอย่างรวดเร็วในทันทีที่คิด ไม่มีอะไรจะพูดเพราะคิดอะไรไม่ออกแล้ว

ชัยชนะคลี่แย้มในใจของร่างสูง นี่คงจะเป็นครั้งเดียวที่เขาจะทำให้ร่างบางรู้ว่า ไม่ใช่อย่างที่คิดมาตลอด
ไม่ใช่คนดีอย่างที่คิด....เอ๋อ...ซื่อ.....ไม่ได้ใกล้เลย
ก็แค่....ความเอาแต่ใจ....ความต้องการให้ได้มา......หวงแหนด้วยรึป่าวนะ
....ใบหน้าที่ยังฉายแววประหลาดใจในสายตาคนตรงหน้า ก้มลงสัมผัสแก้มที่แดงเรื่อด้วยริมฝีปากคม ก่อนจะเลื่อนไปเรื่อยๆยังริมฝีปากบางที่ปกปิดคำพูดที่อยากฟัง

ร่างบางที่ถูกล่วงเกินเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง กับการกระทำที่ไม่คาดคิดของอีกฝ่าย...ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่ามันไม่ใช่คนแบบนี้ แต่ก็ไม่คาดว่าจะทำ

ร่างสูงไม่คิดจะปล่อยให้ร่างบางมีเวลาที่จะคิดทบทวนอะไรใหม่ รีบฉวยโอกาสจากสัมผัสมาเป็นประกบแน่น ลิ้มเลียละอองนุ่มจนชุ่มฉ่ำ สอดลิ้นโลมเลียความหอมหวานจากข้างใน
....อุณหภูมิรอบข้างที่เคยเย็นเยียบกลับร้อนระอุขึ้นมากะทันหัน

ร่างบางจากที่เคยดิ้นพลันนิ่งอยู่กับที่ ในขณะที่ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วจนไม่รู้สึกหนาวอีกต่อไป ความหวานหอมปนด้วยร้อนระอุนั่นทำให้เขาเผลอตอบรับอย่างเผลอไผล

เมื่ออีกฝ่ายตอบรับกลับมา ร่างสูงก็ไม่รอช้าที่จะตอบสนอง
ภายในห้องเล็กๆที่อับไปด้วยไอหนาวแบบนี้… ร่างกายที่เบียดแทรกเข้ามายิ่งร้อนผ่าว มือกร้านผละจากข้อมือบางก่อนจะค่อยๆปลดกระดุมทีละเม็ดอย่างใจเย็น

มือบางตะปบมือซนที่เริ่มล่วงเกินไว้อย่างรวดเร็ว แม้สติแทบหลุดลอยไปกับรสจูบ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังคงรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังล่วงละเมิด

เมื่อถูกมือเล็กๆยกขึ้นมาจับห้ามไว้ คิ้วคมๆของเจ้าของห้องขมวดมุ่น
"ทำไม… ไม่เชื่อใจฉันรึไง" เสียงแหบพร่ากระซิบถามข้างหู แถมยังซุกไซ้ไล่ขบเม้มติ่งหูเบาๆ "นายไม่ยอมพูดเองนะ"

"จะให้เชื่อใจอะไรล่ะ" เสียงที่ปกติควรจะเป็นตะคอก แต่กลับแผ่วเบาอย่างไม่น่าเชื่อเพราะอารมณ์คนพูดไม่ปกติ
เห็นแบบนี้ แล้วรู้สึกแปลกๆ.....ตะหงิดๆอยู่ในหัว .....

ร่างสูงนิ่งไป ก่อนที่จะปัดมือบางออกไปให้พ้นทาง และหันไปจัดการปลดกระดุมตัวปัญหาอันสุดท้ายออกไป แล้วค่อยๆเปิดเสื้อเชิ้ตของเพื่อนที่ชื้นนั่นออกไป
"เชื่อฉัน....ที่โกหกนายมาตลอด" ....เพราะแค่ความต้องการของตัวเขาเอง

คำพูดแปลกๆทำให้โกคุเทระงุนงง จนไม่ทันสังเกตว่ากระดุมนั้นไม่เหลือแล้ว
อะไรของแก... คิ้วเรียวขมวดอย่างสับสน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

*อยู่ในช่วงปรับปรุง*
/โดนรุม