Loneliness#1 [Fic80]
posted on 23 May 2008 16:09 by nrki-me in Reborn
"พ่อ....."
ริมฝีปากคมขยับเรียกแผ่วเบา หากแต่กลับถูกเสียงเลื่อนหนักๆของฝาหินกลบทับไปจนหมดสิ้น ไหนจะยังเสียงของฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา บริเวณรอบข้างจึงดูหม่นหมองลงไปอีกเมื่อแสงอรุณถูกบดบังด้วยเมฆาสีดำ กลิ่นดินและหญ้าจากปลายเท้าลอยขึ้นมากระทบจมูก
"นี่ พ่อ...."
ทว่าเสียงเรียกยังคงเอ่ยขึ้นมาอย่างซ้ำซาก แฝงลึกถึงจุดประสงค์และใจหวังด้วยว่าคนเป็น ‘พ่อ’ นั้น....จะได้ยิน
ดวงตาสีน้ำตาลคู่เรียวทอดมองดูไร้จุดหมาย เสียงเลื่อนของฝาหินยังคงดังเรื่อยๆ ด้วยเพราะความหนักของมันทำให้ต้องใช้เวลานานในการดันให้เข้าที่
กึก!
ฝาหินหล่นลงกระทบขอบในตำแหน่งที่ลงล็อค....ดูท่าคงจะไม่มีใครที่สามารถเปิดมันออกมาได้อีกแล้ว
เสียงนั้นดังกระแทกโสทประสาทอยู่เพียงวูบเดียว แต่มันคงเพียงพอที่จะทำให้ดวงตาสีน้ำตาลบนใบหน้าคมคายต้องสั่นไหว ด้วยความรู้สึกภายใน
......เจ็บปวด
.......เสียใจ
..........เคียดแค้น
..............หรือ.......
...............?
"เฮ้ ตากฝนแบบนี้เดียวก็เป็นหวัดหรอก เจ้าบ้าเบสบอล"
เสียงตำหนิดังขึ้นมาจากเบื้องหลังพร้อมๆกับที่เสียงฝนก็ทวีความดัง เม็ดฝนหนากระทบเสื้อสูทที่เปียกหนาและอุ้มน้ำ ความหวังดีที่ในตอนนี้คงเป็นครั้งแรกที่ไม่มีการตอบรับใดๆกลับมา สิ่งที่ดวงตาสีมรกตเห็นยังคงมีเพียงแผ่นหลังของร่างสูงตรงหน้า
...ไม่ยอมหันมาหรือไม่คิดจะพูดอะไรเลย
"ถ้าอย่างนั้น.......จะกลับรึยัง"
เส้นผมสีเงินเปียกน้ำลู่อาบข้างใบหน้าขาวของชายหนุ่ม ...เวลาที่ฝนตก เขาก็ไม่สามารถทำอะไรตามแต่ใจได้เสียเลย
ไม่ว่าจะสูบบุหรี่........หรือพูดอะไรซักอย่าง....
ที่ทำให้มันยอมรับได้.........
".........."
ริมฝีปากคมเผยอค้าง
ตอนนี้....เขาไม่อยากให้ปากขยับพูดอะไรนอกจากการเรียกซ้ำซากนั่น...
ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น...เพราะหากยิ่งคิด....ทุกอย่างในหัวก็เหมือนจะหยุดชะงักด้วยความชา
แต่เขา.....ไม่ต้องการให้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนกับตัวเขาอีกแล้ว.......
"นายกลับไปก่อนเถอะ โกคุเทระ"
"แก......แน่ใจนะ"
"นายกลับไปเถอะ"
ร่างสูงตอบเสียงพร่า นัยน์ตาขยับมองป้ายชื่อที่ปลายเท้า....
..............
‘ ยามาโมโตะ สึโยชิ ’
"กลับไปซะ"
....................
.............
..........
...
สายฝนโหมกระหน่ำไม่มีท่าทีจะหยุด เพียงเพราะมันอาจต้องการชะล้างสิ่งสกปรกบนโลก...ลบเลือนอดีตสีดำที่อยู่ในความทรงจำของมนุษย์...เพราะเมื่อฝนจากไป เบื้องหลังเมฆที่ค่อยๆจางสีจะมีเพียงแสงแดดอ่อนโยนจากท้องฟ้าและดวงตะวัน เหมือนเป็นคำบอกใบ้ให้มนุษย์ควรรู้ถึงการเริ่มต้นใหม่
หากแต่สำหรับชายหนุ่ม
...สายฝนนั้นเป็นเพียงสิ่งที่รู้สึกได้เมื่อมันไหลอาบแก้ม
ยามที่ฝนตกชายหนุ่มคงไม่คิดที่จะกางร่มออก
เพราะหยาดฝนนั้นจะช่วยปิดบังความรู้สึกเสียใจในยามที่มันเอ่อล้นออกมา
....แต่เมื่อแสงตะวันฉายส่องลงมา เขากลับยกร่มขึ้นมากางเสียแทน
......เพราะไม่อยากได้ยินความหมายในการเริ่มต้นใหม่จากท้องฟ้าและอรุณ
เมื่อก่อนมันเคยดีกว่านี้.....
...แล้วเมื่อก่อน....มันผ่านมานานรึยัง.......?
ชายหนุ่มถามกับตัวเอง...
บางทีคนบางคนก็ไม่ได้ต้องการที่จะเริ่มต้นใหม่ เพราะรู้ว่าไม่อาจทำได้
......ทอดทิ้งอดีตไม่ได้...อนาคตก็ใช่ว่าจะดีกว่าเสมอไป
...เลิกที่จะก้าวไปข้างหน้า ....แล้วถอยหลังกลับไป....
"นี่ พ่อ....."
"ถ้าพ่อไม่ตายไปแบบนี้ พ่อก็คงจะบอกให้ฉันลืมๆเรื่องแบบนี้ไปใช่มั้ยล่ะ"
ริมฝีปากเหนือรอยแผลเป็นที่คางเม้มแน่นอีกทั้งสั่นระริก
"คงบอกว่า ให้กินข้าวเยอะๆแล้วนอนไปเดี๋ยวก็ลืมเอง....."
"ใช่มั้ยล่ะ?"
ทาเคชิ......
จากนี้คงไม่มีใครเรียกเขาด้วยชื่อนี้อีกแล้ว........
เปิดเพลง ruri no ame ของ Aline nine ไปด้วยจะดีมาก เพราะเพลงนั้นทำให้โชมีอารมณ์แต่งขึ้นมาได้เยอะเลย
เป็นฟิคแบบที่อยากแต่งมาตั้งนานแล้ว (หลังจากที่ดองพลอดไว้นานเว่อร์)
อยากเขียนเป็นโด...แต่ไม่ไหวหรอก 5555555555
อ่านๆดูก็ไม่ค่อยพัฒนาอะไรขึ้นเลย (ขอโทดโค่ที่โกคุบทน้อยแถมมีไล่55+)
瑠璃の雨
(アリス九號.)
耳澄ませば 響いてくる音は
Mimisumaseba hibiitekuru oto wa
初夏の記憶 紫陽花の季節…
Shoka no kioku ajisai no kisetsu...
傘もささず 歩こうとする君
Kasa mo sasazu arukou to suru kimi
遠のく背中、瑠璃色の香り 呼んで
Toonoku senaka, ruri no kaori yonde
さよならは スコールの様にやってきて
Sayonara wa suko-ru (squall) no you ni yattekite
かすかな微熱は 君のせい
Kasukana binetsu wa kimi no sei
僕達の為だって言って 手を振るよ
Bokutachi no tame datte itte te wo furu yo
頬伝う 感情の雨
Hohotsutau kanjou no ame
濡れた瞼 隠そうとした時
Nureta mabuta kakusou to shita toki
静かにブレた 君の心音は
Shizuka ni bureta kimi no shin'on wa
何を語り 何を伝えようと
Nani wo katari nani wo tsutae you to
してたのだろう? 気付けなかったね だから
Shiteta no darou? kitsuknakatta ne dakara
曇り空降り注いだ 雨、雫
Kumori sora furisosoida ame, shizuku
悲しみ 潤む目 隠す為?
Kanashimi urumume kakusu tame?
傘をさす手を遮り 俯いた
Kasa wo sasu te wo saegiri utsumuita
見上げてた 透明な空
Miageteta toumei na sora
響き合う 心の音 もう無くて
Hibikiau kokoro no oto mou nakute
翳した指先 届かない
Kazashita yubisaki todoka'nai
大切な その瞬き その声も
Taisetsu na sono matataki sono koe mo
帰れない あの時のまま
Kaere'nai ano toki no mama
.....................................................
Ruri no ame - thai translation-
(Alice Nine)
เสียงแว่วกระทบหู เป็นความทรงจำในช่วงเริ่มหน้าร้อน
ฤดูแห่งดอกไฮเดรนเยียร์...
เธอเดินออกไปทั้งๆที่ไม่ได้กางร่ม
แผ่นหลังที่ไกลออกไป
เรียกความหอมจากดอกไม้สีฟ้าอมม่วงนั่น
คำร่ำลาเป็นดั่งพายุฝนที่โหมกระหน่ำ
ความรุ่มร้อนค่อยๆผ่อนลงเพราะเธอ
โบกมือลาแล้วบอกว่าเพื่อพวกเราเองนะ
สายฝนที่รู้สึกได้นั้นไหลอาบแก้ม
ทั้งๆที่พยายามจะซ่อนเปลือกตาที่เปียกปอน
เสียงใจของเธอดังวูบไหวในความเงียบงัน
ราวกับจะบอกอะไรสักอย่าง
มันเป็นอย่างนั้นใช่ไหม? ไม่รู้ตัวเลยสินะ
หยาดฝนโปรยปรายจากฟ้าที่หมองหม่น
เพื่อปิดบังความเศร้าและตาที่รื้นชื้นเอาไว้รึเปล่า?
กางร่มบดบังท้องฟ้าสดใสที่เคยเฝ้ามอง
ไม่มีอีกแล้วเสียงหัวใจที่เคยได้ยิน
ปลายนิ้วนี้ก็เอื้อมไปไม่ถึง
ทั้งช่วงเวลาที่มีค่าและเสียงนั่น
ห้วงเวลาเหล่านั้นไม่มีวันหวนคืน
ปล.โอโตเมะไม่ได้ไปนะ....















ได้มะ
ได้มั้ยคะ
สงสารยามะสุดๆ...
โค่ขอโทษนะ ยามะจัง *ตบไหล่
#1 By Teacup. on 2008-05-23 17:44